สนิทจนได้เรื่อง!ผบ.ตร.สั่งด่วน ห้ามตีซี้ผู้ต้องหา-เสียลุค

ตีซี้จนได้เรื่อง!! ผบ.ตร.สั่งตร.ห้ามตีสนิทกับผู้ต้องหา หวั่นผลกระทบต่อความเชื่อมั่น กำชับให้ทุกคนปฏิบัติอย่างเคร่งครัด พบฝ่าฝืนโดนทั้งทางวินัย และทางปกครอง

กรณีนายกนก รัตน์วงศ์สกุล นักจัดรายการชื่อดังออกมาโพสต์ภาพของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. แสดงความสนิทสนม กับ นายวัฒนา ภุมเรศ อายุ 62 ปีมือวางระเบิดพระมงกุฎเกล้า โดยผู้ประกาศชื่อดังได้แสดงความคิดเห็น พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมที่ทางตำรวจมีท่าทีสนิทสนมดังกล่าวตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มีหนังสือที่0001(ศปก.ตร.)/96 ลงวันที่ 22 มิ.ย. 2560 วิทยุสั่งการเร่งด่วนที่สุดชั้นความลับ จากศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ถึงผู้รับปฏิบัติ จตช., รอง ผบ.ตร. หรือตำแหน่งเทียบเท่า, ผบช.หรือตำแหน่งเทียบเท่า ผบก.ในสังกัด สง.ผบ.ตร. หรือตำแหน่งเทียบเท่า และ โฆษก ตร. โดยหนังสือดังกล่าว ได้อ้างถึง ระเบียบ ตร.ว่าด้วยประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 30 การปฏิบัติเกี่ยวกับการให้ข่าว การแถลงข่าว การให้สัมภาษณ์ การเผยแพร่ภาพต่อสื่อมวลชน และการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ พ.ศ.2556,  วิทยุ ศปก.ตร.ด่วนที่สุด ที่ 001(ศปก.ตร.)/91 ลงวันที่  7 มิ.ย.2560 กำชับแนวทางการให้ข่าว แถลงข่าว การให้สัมภาษณ์ การเผยแพร่ต่อสื่อมวลชน และการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์, วิทยุ ศปก.ตร.ด่วนที่สุด ที่001(ศปก.ตร.)93 ลงวันที่ 13 มิ.ย.2560 กำชับการปฏิบัติในการนำตัวผู้ต้องหาชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ และการจัดระเบียบสถานที่เกิดเหตุ เนื่องจากที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีการให้ข่าว แถลงข่าว หรือให้สัมภาษณ์ในลักษณะที่ไม่เหมาะสม อันอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของ ตร.ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน จึงกำชับการปฏิบัติเพิ่มเติมดังนี้คือ ห้ามจัดให้ ยินยอม หรืออนุญาตให้ผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการควบคุมของตำรวจมาให้ข่าว แถลงข่าว หรือให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนทุกแขนงโดยเด็ดขาดทุกกรณี, ห้ามจัดให้ ยินยอม หรืออนุญาตให้บุคคลใด บันทึกภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ของเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะอยู่ร่วมกับผู้ต้องหา (เว้นแต่เป็นการดำเนินการเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานประกอบการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีตามอำนาจหน้าที่) อีกทั้งยังมีคำสั่งห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจแสดงกิริยาอาการในลักษณะที่อาจทำให้บุคคลอื่นเข้าใจในทำนองว่ามีความใกล้ชิดสนิทสนมกับผู้ต้องหาเป็นการส่วนตัว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้, ให้ทุกหน่วยและผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด หากพบว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม จะถูกพิจารณาข้อบกพร่องทั้งทางวินัยและทางปกครองอย่างเฉียบขาด. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews